TEAM MODEL MAEONWITTAYALAI SCHOOL

 

สภาพปัญหาก่อนการพัฒนา

        โรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง มีการจัดการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีภาระหน้าที่รับผิดชอบรับจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ในจำนวนนักเรียนที่รับมาในแต่ละปีจะมีผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ มีปัญหาทางด้านสมาธิและมีความบกพร่องในด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจ คัดกรองเบื้องต้นในปีการศึกษา ๒๕๕๕ มีผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษจำนวน ๑๙ คน จำแนกเป็นผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายจำนวน ๑ คน  บกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน ๑๘ คน  มีนักเรียนออกกลางคัน ๕ คน คิดเป็นร้อยละ  ๒๖.๓๑  ปีการศึกษา ๒๕๕๖ มีผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเพิ่มขึ้น ๖ คน รวมกับนักเรียนรายเก่า ๑๔  คน รวมผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ จำนวน ๒๐ คน จำแนกเป็นผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายจำนวน ๑ คน  บกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน ๑๘  คน มีผู้เรียนบกพร่องทางการมองเห็น จำนวน ๑ คน  มีผู้เรียนออกกลางคัน ๑ คนคิดเป็นร้อยละ ๕

ในปีการศึกษา ๒๕๕๕ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๔ ได้คัดเลือกโรงเรียนเป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนร่วม มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรของโรงเรียน ให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนร่วม มีการสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ ในการดำเนินการ โรงเรียนจึงได้กำหนดนโยบายให้มีคณะกรรมการบริหารการจัดการเรียนรวมของโรงเรียน มีการดำเนินการคัดกรองนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษโดยความร่วมมือของครูแนะแนวและครูประจำชั้นในการคัดกรองเบื้องต้นและได้รับการสนับสนุนจากนักกิจกรรมบำบัดของโรงพยาบาลแม่ออนในการรับรองข้อมูลในการวัดเชาว์นปัญญาของนักเรียน ครูผู้รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายตามโครงสร้างและครูพี่เลี้ยงจะสรุปข้อมูลการคัดกรองเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลมุ่งเน้นจัดไปในรายวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ ครูทั่วไปยังไม่ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน

ผลการประเมินและสรุปผลการดำเนินงานการจัดการเรียนร่วมประจำปี ๒๕๕๕ ของโรงเรียนพบว่าการดำเนินงานจัดการเรียนร่วมตามโครงสร้างซีท (SEAT Framework) ของโรงเรียนยังไม่บรรลุผลเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ขาดเครื่องมือเทคโนโลยีสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ครู บุคลากรผู้เกี่ยวข้องขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดความชำนาญในการจัดการเรียนการสอน ขาดสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนที่เหมาะสม นอกจากนี้สภาพแวดล้อมทางกายภาพของโรงเรียน ไม่เอื้อต่อความต้องการและความจำเป็นในการเรียนรู้ การบริหารจัดการหลักสูตรยังขาดความเหมาะสม  ไม่มีการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)  การประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีน้อย ขาดระบบการนิเทศติดตามประเมินผลและปรับปรุงงาน ไม่มีการกำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ งบประมาณ ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษา ไม่มีความพร้อมที่จะเรียนร่วมกับผู้เรียนทั่วไปเกิดความรู้สึกแปลกแยกจากกลุ่มผู้เรียนทั่วไปส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนในชั้นเรียน  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ไม่ผ่านการประเมินในหลายรายวิชาเกิดปัญหาด้านการวัดผลประเมินผลและการจบหลักสูตร  ทำให้ในปีการศึกษา ๒๕๕๕ ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีอัตราการออกกลางคัน    ร้อยละ ๒๖.๓๑  นอกจากนี้ผู้เรียนทั่วไปที่ร่วมชั้นเรียน ขาดความรู้ ความเข้าใจ ไม่ตระหนักในบทบาทหน้าที่ที่ต้องส่งเสริม สนับสนุนเพื่อนร่วมชั้นที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ทำให้ผู้เรียนทั่วไป ไม่ได้ให้การช่วยเหลือดูแล ตามความต้องการและความจำเป็นของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเท่าที่ควร เมื่อวิเคราะห์สภาพการจัดการเรียนร่วมในสถานศึกษาด้วย SWOT Analysis  และหาข้อสรุปแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนร่วมในการประชุมเชิงปฏิบัติการที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการเรียนร่วมตามโครงสร้างซีท                (SEAT Framework) โดยใช้ TEAM MODEL มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีม    ที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันเพื่อร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลให้เหมาะสมกับความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาของแต่ละบุคคล

 

<==กลับหน้าแรก  :  ความเป็นมาและความสำคัญ  :  การออกแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา==>